Diary




                                                                                                                               

10 การสร้างความสุข





1.ออกกำลังกาย
หลาย ๆ คน อาจเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่า การออกกำลังกาย สามารถสร้างความสุขให้กับคุณได้ เพราะการออกกำลังกายเผาผลาญพลังงาน ทำให้คุณมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีรูปร่างดี นอนหลับง่าย และช่วยลดความเครียดได้อีกต่างหาก

2. รู้จักควบคุมการทำงานของความคิดและจิตใจ
ถ้าหากอยากให้ความคิดและทัศนคติของคุณเป็นไปในเชิงบวก รวมทั้งรู้จักควบคุมจิตใจให้พร้อมรับมือกับปัญหาต่าง ๆ อย่างมั่นคง คุณน่าจะลองหาหนังสือที่ช่วยขัดเกลาความคิด และเป็นแรงบันดาลใจให้ทำสิ่งดี ๆ มาอ่านเพื่อพัฒนาสมอง รวมไปถึงหัดฟังธรรมะอยู่เป็นประจำ ซึ่งจะคอยช่วยเตือนสติให้จิตใจเข้มแข็งมากขึ้น

3.ฉลองความสำเร็จให้กับตัวเองบ้าง
เติมความสดชื่นให้ชีวิต โดยการฉลองความสำเร็จให้ตัวเองบ้าง เช่น โปรเจ็กท์งานที่มานะบากบั่นทำมานานหลายเดือน ได้รับการอนุมัติให้ผ่านแล้ว ซึ่งอาจจะชวนเพื่อนสนิทไปนั่งสังสรรค์กิน ดื่มเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ให้รู้สึกดีขึ้น และเหมือนเป็นการชาร์จไฟให้ตัวเอง ก่อนจะเริ่มต้นกับงานชิ้นใหม่อย่างมีพลัง

4.อย่าเครียดกับชีวิตเกินไปนัก
ความเครียด คือ เป็นบ่อเกิดของปัญหาหลาย ๆ ชนิดที่จะตามมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและร่างกาย ตั้งแต่ ความดันโลหิตสูง โรคนอนไม่หลับ โรคซึมเศร้า ไปจนถึงความวิตกกังวล ฉะนั้นหาเวลาออกไปทำกิจกรรมอะไรที่ตัวเองชอบ หรือเดินทางไปท่องเที่ยวไกล ๆ เพื่อผ่อนคลายความเครียดบ้างนะ

5.ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน
หากคุณเป็นคนที่ชอบหมกมุ่นอยู่กับปัญหาที่เกิดขึ้นไปแล้ว หรือหวั่นเกรงกับอุปสรรคที่กำลังจะผ่านเข้ามา รับรองเลยว่าคุณไม่มีทางสัมผัสช่วงเวลาแห่งความสุขได้เลย ซึ่งก็คือ ปัจจุบัน นั่นเอง อดีตคือ สิ่งที่จบไปแล้ว ส่วนอนาคตคือ สิ่งที่ยังมาไม่ถึง แล้วคุณจะมัวไปนั่งกังวลอยู่ทำไมล่ะ จงยิ้มให้กับวันนี้ที่มีความสุขจะดีกว่า

6.พยายามอยู่กับคนที่คิดบวก
 เชื่อไหมว่า สังคมที่เราเข้าไปคลุกคลีอยู่ด้วยมีผลต่อตัวคุณ ทั้งด้านความคิดและการกระทำ ซึ่งถ้าหากคุณใช้ชีวิตอยู่กับกลุ่มคนที่มีความคิดเชิงบวก คุณก็จะได้รับอิทธิพลจากพวกเขาเหล่านั้นมาด้วยเช่นกัน จากนั้นคุณก็ค่อย ๆ กลายเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีกว่าเดิม และเห็นความสุขที่อยู่รอบตัวได้ชัดขึ้น

7.รักษาความสัมพันธกับคนใกล้ชิดให้แนบแน่น
ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คนรัก หรือเพื่อนสนิท สิ่งสำคัญคือ คุณต้องพยายามรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับบรรดาคนสนิทเหล่านี้เอาไว้ให้อย่างยาวนานและมั่นคง อย่าให้ภาระเรื่องงานเข้ามาก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว จนทำให้คุณต้องห่างเหินกับพวกเขา หรือถ้ามีปัญหาที่ไม่เข้าใจกัน ก็รีบเคลียร์ให้เรียบร้อย เพราะพวกเขาคือคนที่มีบทบาทในชีวิตของคุณเป็นอย่างมาก





8.เป็นมิตรกับคนรอบข้าง
การมีมิตรไมตรีต่อเพื่อนมนุษย์ที่อยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกัน ก่อให้เกิดความสุขขึ้นได้ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น เช่น ช่วยคนชราเดินข้ามถนน ช่วยคนถือของ ซึ่งแม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ความรู้สึกที่มอบให้ก็ยิ่งใหญ่พอที่ทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นใจได้ไม่น้อย

9.รู้จักเป็นฝ่ายให้
 "สุขใจที่ได้ให้มีคุณค่ากว่าสุขใจที่ได้รับ" ซึ่งการให้ที่ว่าไม่จำเป็นต้องแก้ว แหวน เงินทองหรือของมีค่าเท่านั้น แต่อาจเป็นการกระทำหรือคำพูดก็ได้เช่นเดียวกัน เช่น ให้เวลากับคนที่คุณรัก สละแรงช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน ให้คำปรึกษาแก่เพื่อนที่กำลังมีปัญหา เพราะทุกครั้งที่คุณทำสิ่งดี ๆ ให้กับคนอื่น ก็เหมือนกับให้ความสุขกลับมาสู่ตัวเองทางอ้อม

10.มีความกตัญญูรู้คุณคน
การเป็นผู้รู้จักทดแทนบุญคุณคือ สิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างให้คุณกลายเป็นคนที่น่านับถือที่ไม่เคยลืมว่าใครเคยให้ความช่วยเหลือแก่ตนเองบ้าง ซึ่งการตอบแทนสิ่งดี ๆ คืนกลับไปให้ผู้มีพระคุณ ช่วยให้จิตใจตัวเองรู้สึกอิ่มเอมกับความสุขมากขึ้น...มากกว่าตอนที่ได้รับความช่วยเหลือด้วยซ้ำไป





             









วิธีเรียนให้เก่ง





1.ตั้งใจเรียนในห้องเรียน หลับบ้างในบางครั้งก็ไม่เป็นไรแต่อย่าบ่อยล่ะ
2.อ่านหนังสือล่วงหน้าและหมั่นทบทวนบทเรียน
3.ขยันทำแบบฝึกหัดที่เรียนมาแล้ว
4.หาแรงจูงใจในการเรียน อ่านหนังสือ ทำแบบฝึกหัด
5.ให้รางวัลตัวเองบ้างในบางครั้ง
6.ไม่อ่านหนังสือนานติดต่อกันเกินกว่า40-45นาที ควรจะมีการพักซัก5-10นาที เพื่อผ่อนคลายสมองบ้างหลังที่จากเหนื่อบล้ามากแล้ว เพราะถ้าเกินกว่านี้สมองคนเรา จะไม่ค่อนรับรู้เรื่องอะไรอีกแล้ว(ยากที่จะจำ)
7.อย่าหักโหมและบังคับตัวเองมากเกินไป เพราะจากที่ดีแล้วจะเครียดเปล่า
8.หากิจกรรมทำในยามว่างบ้าง เช่น ออกกำลัง เล่นกีฬา ทำกิจกรรมต่างๆ
9.เมื่อมีเรื่องทุกข์ใจหรือไม่สบายใจไม่ควรอ่านหนังสือ เพราะจะทำให้หงุดหงิดมากขึ้นเปล่า
10.นั่งสมาธิทำจิตใจให้สงบก่อนและหลังอ่านหนังสือทุกครั้ง หรืออาจทำในยามว่างก็ได้
11.ตั้งจุดมุ่งหมายในชีวิตที่เราต้องการให้มีแรงใจทำให้สิ่งนั้นสำเร็จ





                                                                                                                                                      




วิธีการลดน้ำหนัก






               สูตรนี้ใช้บ่อยเวลาที่ต้องการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน ทำอาทิตย์เดียวลดได้ 5 กิโลกรัม หากทำซ้ำ 2 รอบจะลดได้ถึง 7 กิโลกรัม ควรกินน้ำอย่างน้อย 2 แก้วก่อนกินอาหารทุกมื้อ และทำติดต่อกันไม่เกิน 2 อาทิตย์


วันที่ 1
 เช้า โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
เที่ยง ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น สลัดผักน้ำใส

วันที่ 2
เช้า น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย

วันที่ 3
เช้า โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
เที่ยง เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม
เย็น สับปะรด 1 ชิ้น

วันที่ 4
เช้า น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง ส้มตำ-ไก่ย่าง
เย็น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย

วันที่ 5
เช้า น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง สลัดผักน้ำใส + ไก่ย่าง
เย็น สลัดผักน้ำใส

วันที่ 6
เช้า น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง ปลานึ่งหรือปลาย่าง (ไม่จำกัด)
เย็น นมสดรสจืด 1 แก้ว

วันที่ 7
เช้า ข้าว 1 ทัพพี + ไข่ต้ม 1 ฟอง
เที่ยง เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม
เย็น สับปะรด 1 ชิ้น









ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น